ซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ทำอย่างไร? สิทธิผู้บริโภคที่ควรรู้
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

ซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ทำอย่างไร? สิทธิผู้บริโภคที่ควรรู้

6 กุมภาพันธ์ 2569
อ่าน 8 นาที
โดย แอดมิน

การซื้อของออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ปัญหาที่หลายคนเคยเจอ คือ โอนเงินแล้วไม่ได้ของ ได้ของไม่ตรงปก หรือผู้ขายหายเงียบ คำถามคือ ผู้บริโภคควรทำอย่างไร และมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิอย่างไรบ้าง บทความนี้สรุปคำตอบไว้ให้เข้าใจง่าย

ซื้อของออนไลน์แบบไหนเข้าข่ายผิดกฎหมาย

ผู้ขายอาจเข้าข่ายกระทำผิด หากมีพฤติการณ์ เช่น

  • รับเงินแล้ว ไม่ส่งสินค้า
  • ส่งสินค้า ไม่ตรงตามที่โฆษณา หรือเป็นของปลอม
  • ปิดช่องทางติดต่อ หรือบล็อกผู้ซื้อหลังรับเงิน
  • โฆษณาเกินจริงจนทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด

กรณีเหล่านี้อาจเป็นได้ทั้ง

  • ความผิดฐานฉ้อโกง
  • การละเมิดสิทธิผู้บริโภคตามกฎหมาย

 

หลักฐานสำคัญที่ต้องเก็บไว้ทันที

เมื่อพบปัญหา อย่าลบหรือปล่อยให้ข้อมูลหาย ควรเก็บหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น

  • สกรีนช็อตประกาศขายสินค้า / หน้าเพจ / หน้าเว็บ
  • ข้อความแชตหรืออีเมลที่ติดต่อกับผู้ขาย
  • หลักฐานการโอนเงิน (สลิป, รายการเดินบัญชี)
  • ชื่อบัญชี เลขบัญชี และช่องทางติดต่อผู้ขาย
  • วัน เวลา ที่ตกลงซื้อขาย

หลักฐานเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการร้องเรียนหรือดำเนินคดี

 

ผู้บริโภคควรทำอย่างไรเมื่อซื้อของแล้วมีปัญหา

1) ติดต่อผู้ขายเพื่อขอให้แก้ไขปัญหา

ลองติดต่อผู้ขายก่อน เช่น

  • ขอให้ส่งสินค้าใหม่
  • ขอคืนเงินภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

ควรติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษร และเก็บหลักฐานการติดต่อไว้

 

2) แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน

หากผู้ขายไม่ตอบกลับหรือมีพฤติการณ์หลอกลวง

  • สามารถนำหลักฐานไปแจ้งความ
  • ขอให้พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ในคดีฉ้อโกง

 

3) ร้องเรียนหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้ช่วยตรวจสอบ เจรจา และคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค

 

4) ฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินคืน (กรณีจำเป็น)

หากเกิดความเสียหายและตกลงกันไม่ได้

  • ผู้บริโภคมีสิทธิฟ้องคดีแพ่ง
  • เพื่อเรียกเงินคืนหรือค่าเสียหายตามกฎหมาย

 

ซื้อของออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัยมากขึ้น

เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ควรระมัดระวังดังนี้

  • ตรวจสอบประวัติผู้ขายและรีวิวจากผู้ซื้อรายอื่น
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินนอกแพลตฟอร์มที่ไม่มีระบบคุ้มครอง
  • ใช้แพลตฟอร์มที่มีระบบ เก็บเงินปลายทางหรือคุ้มครองผู้ซื้อ
  • อย่าหลงเชื่อราคาที่ถูกผิดปกติ
  • เก็บหลักฐานทุกครั้งที่ซื้อขาย

 


สรุป

เมื่อซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ผู้บริโภค ไม่จำเป็นต้องยอมเสียเปรียบ
กฎหมายให้สิทธิในการรวบรวมหลักฐาน แจ้งความ ร้องเรียน และเรียกร้องเงินคืนได้
การรู้สิทธิของตนเองและดำเนินการอย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อซ้ำ

แท็ก:
#สิทธิของผู้บริโภค

ต้องการปรึกษาทนายความ?

หากคุณมีปัญหากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้ ทนายความของเราพร้อมให้คำปรึกษา

ค้นหาทนายความ
ช่วยเหลือ